| ~ Plearn ~ さんのプロフィールPaY - LiNブログリストつながり | ヘルプ |
PaY - LiNFantastic Life in London 10月3日 แล้วพบกัน..จำจากจร แสนอาลัย..
งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา
เจอกันใหม่..ไฉไลกว่าเดิม.. ที่ plearnity.spaces.live.com หรือ pay-lin.บล็อคสปอท.com
ขอปิดสเปซด้วยประการละฉะนี้
(ไม่โพสต์ต่อ แต่ก็ยังไม่หายไปไหน ^^") 6月7日 เป็นที่แน่นอนแล้วว่า..เมื่อวันก่อน ไปซื้อตั๋วเครื่องบินมา..
ดังนั้น..
เป็นที่แน่นอนแล้วว่า..
ข้าพเจ้า..
จะปิ๊กบางกอกวันที่ 8 กรกฏาคม (เหยียบสุวรรณภูมิวันที่ 9 เวลา บ่ายสามโมง ตามเวลาประเทศไทย)
.. นับถอยหลังจากวันนี้ 1 เดือนพอดิบพอดี ..
และหายใจสูดอากาศในประเทศไทยจนถึงคืนวันที่ 11 กันยายน แล้วกลับมา do my Master ที่นี่อีกครั้ง..
กำหนดการคร่าว ๆ..
ถึงกรุงเทพวันที่ 9..
นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่บางกอก พบปะฝูงเพื่อน ยินดีกับบัณฑิตใหม่และมหาบัณฑิตใหม่ คืนสู่เหย้าค่ายหอ ฯลฯ..
อ้อ ต้องไม่ลืมไปจกส้มตำ ข้าวเหนียว ไก่ย่าง ต้มแซ่บ เสือร้องไห้ คอหมูย่าง .. อันนี้สำคัญมากๆ ..
หลังจากนี้ก็จะปิ๊กดอย วันที่ 16 กรกฎาคม (อยู่บางกอกได้อาทิตย์นึงพอดิบพอดี..)
แ ล้ ว เ จ อ กั น นะ . . .
ตอนนี้ขอกลับไปจำศีลต่อ..
5月16日 สุขสันต์วันแก่ - -"หลังจากอู้การอัพสเปซมาระยะหนึ่ง
ทำให้เกิดความเคยชิน อู้ซะงั้น
แต่วันนี้ไม่อัพไม่ได้ หุหุ
ปีนี้ได้มีโอกาสฉลองวันแก่ต่างแดนล่ะ
23 แย้ว >_< ( ยังโสดเหมือนเดิม -*- )
เริ่มต้นวันใหม่ของวันประมาณ 8 โมงกว่า ๆ
ตื่นมาวิ่งเข้าห้องน้ำเลย อาบน้ำ สระผม ครบสูตร
ออกมา ป๊าดดดดดดดดดด โทรศัพท์เข้าตั้งแต่ 8 โมงแล้ว
7 missed calls - -" เบอร์แปลกๆ ด้วย +86xx ไรซักอย่างเนี่ยแหละ นี่มันเบอร์ประเทศจีนนี่ฝ่า
เอาน่ะ ๆ ต่อไปไม่ให้พลาดละ นั่งเฝ้าโทรศัพท์ซะเรย ^^"
กรี๊งงงงงง
เฮ้ย รับ ๆ ๆ ๆ
" Happy Birthday ลูกสาวววววววว "
กรี๊ด ชายหนุ่มรูปงามโทรมาแต่เช้าเลย ดีใจ ๆ ^^"
แต่ก็นะ 7 missed calls นั้นของปะป๊าหมดเลยอ่ะ
ปะป๊าแอบเคืองด้วย - -"
โถ่ ปะป๊าขา หนูนอนตีสามค่า 8 โมงยังไม่มีปัญญาลุกง่า ๆ
ต่อมา.. มานั่งดู msn ที่เปิดทิ้งไว้ทั้งคืน..
ปลื้มใจ ตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก
ขอบคุณเพื่อน ๆ พี่น้องทุกคนมากมายนะค๊าาาา ที่ยังไม่ลืมกัน ^___^
และที่สำคัญ เซอร์ไพรส์มาก ๆ
เมื่อวานซืน มีพัสดุส่งมา จาก "ดอย" (ชื่อคนนะเฟ้ย ไม่ใช่สถานที่) (ดอย msn มาบอกแระว่าจะส่งของขวัญวันเกิดมาให้)
พอตอนแกะดู และอ่านการ์ด
น้ำตาไหลเลยอ่า TT__TT ซึ้งใจ และเซอร์ไพรส์มาก ๆ ที่การ์ดนี้ลงทุน ลงแรง รวมใจเพื่อน ๆ ถึง 3 คน
อันได้แก่ ดอย ตุ๊กตา น้ำผึ้ง
"ชั้ น รั ก พ ว ก แ ก ว่ ะ .."
เด๋วจะเอารูปมาแปะนะ อิอิ
ลป. วันเกิดชั้นเป็นวันอะไรเนี่ย แผ่นดินไหวที่ประเทศไทยซะงั้น ชักกลัว - -"
3月26日 หายไปเป็นเดือนแน่ะอย่าตกใจไป ก็แค่หายไปปั่นงาน และอ่านหนังสือสอบจนหัวหมุนก็แค่นั้นเอง
ความเป็นมาเป็นไปสามอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นไงมั่ง?? ปั่นงานอยู่สองสามอาทิตย์ก็ส่งงาน
ส่งงานยังไม่ทันไร ก็มาสอบ IELTS (ส่งงานวันที่ 1 Mar สอบ IELTS วันที่ 3 Mar ไม่ได้เตรียมตัวเลยอ่ะ)
โหย โคตร nervous เลยว่ะ เริ่มด้วย listening ก็โอนะ ต่อด้วย reading โหย ยากชะมัด แต่ก็คิดว่าทำได้ดีกว่า listening อ่ะ
มีเรื่อง dinosaur , minority language อีกเรื่องจำไม่ได้ แล้วก็ปิดท้ายข้อเขียนด้วย writing
ไอ้ writing task ii ที่เป็น essay อ่ะ เรื่องประมาณว่า ควรจะบังคับให้เด็กเรียนภาษาที่สองหรือไม่
โหย หัวข้อหนักมาก เราก็แถหนักมาก ฮ่า ๆ
ยกตัวอย่างเพื่อนเฉยเลย ว่าโหยยย เค้าเหนื่อยมากเลยที่ต้องถูกบังคับให้เรียนภาษาที่สองในโรงเรียนมัธยม
ซึ่งเค้้าไม่มีความถนัดเอาซะเลย โม้สุด ๆ ละ (ทั้ง ๆ ที่ไม่เป็นความจริงเอาซะเลย..)
ตอนบ่าย สอบ speaking ได้สอบตอนบ่ายสาม เฮ้ออ ค่อยยังชั่ว แต่ก็ยัง nervous อยู่ดี
พอถึงคิวเราปุ๊บ มือไม้ทั้งสั่นทั้งเย็น เคยก็เคยสอบมาแล้วนะ แต่ก็ยัง nervous
ได้หัวข้อเรื่อง free time รู้เลยว่าค่อนข้างโชคดีอ่ะ พูดง่ายหน่อย
แต่ก็อ่านะ ตื่นเต้น ศัพท์เลยไม่ค่อยกระฉูด ออกจากห้องสอบด้วยความวิตก...
ตอนนั้นคิดว่า อีกสองอาทิตย์รู้ผลละ จะเป็นไงเนี่ยตรู.. ภาวนาอย่าให้ต้องสอบใหม่เลย ไม่อยากเครียดอีกแล้ว..
กลับมาเรียนตามปกติได้อาทิตย์กว่า ๆ ก็ต้องเตรียมตัวสอบ Mock exam หรือว่า ข้อสอบปลอม ๆ นั่นเอง
มันไม่เก็บคะแนนน่ะ แต่เค้าต้องการให้เราประเมินตนเองอ่ะ ว่าด้วยเวลาเท่านี้ โจทย์แบบนี้ เราทำได้ยังไงบ้าง ไรเงี้ย
วันศุกร์ก่อนสอบ Mock (ทำไมต้องให้เราเครียดหรือตื่นเต้นใกล้ๆ สอบด้วยเนี่ย - -")
เป็นวันที่คะแนน IELTS ออก..
เดินขึ้นไปที่ห้อง general office ยื่นพาสปอร์ตให้เค้า รับซองสีน้ำตาลมา...
ใจนึงก็คิดว่า เปิดที่บ้านดีมั้ยวะ หรือเปิดที่นี่ดี
เพราะเพื่อนๆ หลายคนเค้าก็รู้ว่าเราสอบไอเอล และจะได้ผลคะแนนวันนี้ ก็ต้องถามเราอยู่ดี..
เอาวะ เปิดก็เปิด
.
.
.
.
.
แทบกรี๊ดอ่ะ อยากจะกรี๊ดด ๆ ๆ ๆ
ได้ IELTS 7.0 แน่ะ
ดีใจสุดขีด เดินไปเดินมารอบตึกอย่างไร้เหตุผล (ก็คนมันดีใจหนิ)
พอเพื่อนถาม เราก็บอกว่า 7 มันยินดีกะเราใหญ่เลย
แต่มันบอกว่า คะแนนเราแปลก เราเก่ง reading ไม่ใช่หรอ
ทำไมดันได้น้อยกว่าอันอื่นอ่ะ (7 listening 6 reading 7 writing 7 speaking)
มันถามเราว่าเราทำได้ยังไง คะแนนไม่เหมือนเด็กเอเชียเลย ได้ speaking ตั้ง 7 แน่ะ
เราตอบมันไปว่า "miracle" ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ดีใจได้ซักพัก ก็ต้องมา suffer กับการอ่านหนังสือสอบ Mock
ตอนแรกกะว่าจะไม่จริงจัง ก็มันไม่เก็บคะแนนนี่นา สอบขำ ๆ
แต่เอาไปเอามา เอาวะ ลองดูซักตั้งจะเป็นไรไป..
เออ ช่วงสอบอากาศแปรปรวนอ่ะ จริง ๆ มันควรจะเป็น spring แล้ว
แ่ต่..ทำไมมันอยู่ดี ๆ ก็โคตรหนาวเลย แถมมีหิมะตก ลมแรง - -"
(ไม่เคยและไม่คิดที่จะทำใจให้เคยชินกับอากาศที่นี่เลย ให้ตายสิ)
โว้เย ~ ในที่สุด ~
สอบเสร็จก็ปิดเทอมสิ แต่ยังไม่เป็นไทซะทีเดียวนะ
ยังมี project ยักษ์ต้องทำให้เสร็จก่อนเปิดเทอม
แต่ก็ยังพอมีเวลาให้หายใจหายคอบ้าง
แล้วก็ต้องเตรียม personal statement กะ CV ดี ๆ ด้วย อย่าลืมนะเพลิน
Anyway, ปิดอีสเตอร์คราวนี้จะไปเที่ยวไหนดีนะ..
อ๊ะ วันนี้วันเกิดจุฬาฯ 90 ปีสถาปนาจุฬาลงกรณ์...
สุขสันต์วันเกิดจุฬาฯ..
2月12日 จำศีลแฮ่ ๆ
ห่างหายจากวงการไปนานนักแล
มาคราวนี้ก็จะมาบอกเล่าเก้าสิบว่า
..ข้าน้อยจะอยู่ในฤดูจำศีลประมาณ 3 อาทิตย์ต่อจากนี้นะฮ้า..
เนื่องจากภารกิจรัดตัวจนจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว
ไหนจะ Project ไหนจะ assignments ไหนจะ IELTS
แว๊กกกกกกกกกกก
ถ้าไม่บ้าไปก่อน คงได้กลับมาเจอกัน..
1月19日 tagged !?#@%วันก่อนไปเดินเล่นสเปซของนู๋อุ๋มอิ๋มมา ไปอ่าน "เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย" ของมันมา (เนื่องจากการแถก)
ทีนี้ ก็เลยกะว่าจะทำเนียน แบบว่า ..นู๋เพลินไม่รู้.......
วันนี้เปิดเมล์มา ตามมาแถกในเมล์
รู้สึกเหมือนกับโดนทวงหนี้..- -"
จะว่าไป..ไอ้การแถกเนี่ย เราก็รู้จักมาซักพักแล้วอ่ะนะ
แบบว่า ชอบเข้าไปอ่านของชาวบ้าน bloggang แห่งพันทิป แต่ตัวเองดั๊นนนนไม่มีให้เค้าแถก(เลวมะ)
ถ้ามีคงโดนไปแล้ว เนื่องจากแอบดังอยู่เล็กน้อย.. ^^"
แต่ก็คิดว่า.. เออ มันคงไม่มาระบาดใน msn หรอกมั้ง มันอยู่ใน bloggang อย่างเดียวแหละ
แล้วมันก็มาจริง ๆ ..
เอาวะ ขำขำ
5 ข้อชิมิ?
เรื่องแรก มันคือความโรคจิตส่วนบุคคล
ในวัยเด็กอ่ะแหละ เป็นโรคจิตแบบที่ว่า ชอบหอมแก้มคนอื่นไปทั่ว คนอื่นที่ว่านี้ ไล่มาตั้งแต่ครูที่โรงเรียน จำได้ว่าชื่อ คุณครูศรีโสภา
จนเพื่อน ๆ นักเรียนคนอื่นเค้าถามเราว่า เป็นลูกครูศรีโสภาหรอ??
ป๊าวววววว ทำไมอ่ะ อยากหอมนี่นา..
นั่นยังธรรมดาไป คนเดินผ่านไปผ่านมาก็ไม่เว้นค่ะ
ในห้างเนี่ยแหละ เดินไปดึงเสื้อ เกาะขา ขอให้เค้าอุ้ม แล้วก็หอมแก้มเค้า - -"
เด็กโรคจิต ^^"
อีกหนึ่งความโรคจิต ตอนที่เรียนอยู่อนุบาลสุเทพ(ตอนนี้เลิกไปละ เสียดายจัง..) ก่อนเข้า อนุบาล 3 ที่เรยีนาฯ
แบบว่า เป็นเด็กขี้อิจฉา คงจำกันได้ว่า เด็ก ๆ เนี่ย มันไม่มีแฟชั่นไรหรอก มีแต่แฟชั่นขนม..
บางคนมีญาติไปต่างประเทศมา ก็ได้มาฝาก แล้วขนมอะไรออกใหม่ก็จะระบาดที่โรงเรียนตลอด
ด.ญ.กษมา ก็ขี้อิจฉาค่ะ ไปแย่งขนมเค้ามากินหน้าตาเฉย o_O
ไม่ยอมคืนเค้าด้วยนะ คิดว่ามันคือของชั้น ชั้นจะกิน ฮ่า ๆ ๆ
จนคุณครูต้องโทรเรียกปะป๊ามะม๊ามา แล้วบอกพฤติกรรมความเลวของลูกสาว..
ปะป๊ามะม๊าก็เลยต้องไปไล่หาซื้อขนมชนิดนั้นมาคืนให้เพื่อนผู้โชคร้ายคนนั้น..
เรื่องที่สอง ละเมอเพ้อพบ
อันนี้จำได้ ว่า ตอนเด็ก ๆ เคยละเมอเดินเลยล่ะ
ตอนนั้นนอนห้องเดียวกันทั้งบ้าน 4 คน
เรานอนพื้น ก็ยังอุตส่าห์เดินลุกไปเตะพัดลมจนล้ม..
ปะป๊ามะม๊าตกใจตื่น แล้วเราก็เดินกลับไปนอนต่อ - -"
อีกที ตอนอยู่มหาลัย อยู่หอซีมะโด่งเนี่ยแหละ
เทอมแรกก็สำแดงฤทธิ์เลย
คือ รูมเมทเราเนี่ย คนนึงเรียนอักษร ชื่อ ฝัน (ตอนนี้มันอยู่อิตาลี)
อีกคนเรียนทันตะ ชื่อซีน..(ตอนนี้มันเรียนปีห้าอยู่)
สองคนเนี้ย นอนดึก เพราะเรียนหนัก ต้องท่องเยอะ ส่วนเราน่ะเหรอ หึหึ..
แต่คืนเกิดเหตุเนี่ย ซีนมันนอนเร็ว เลยเหลือแค่ฝันที่เป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์
ฝันเล่าว่า "เราตกใจมากเลยรู้ป่ะ อยู่ดี ๆ ก็มีเสียงตะโกนว่า 'ไอ้เหี้ย'..
..เราหันกลับไปดู ก็เห็นแกหลับอยู่อ่ะ แต่เสียงแกจริง ๆ นะเพลิน.."
มันเล่าให้ฟังตอนเช้า บอกว่า เมื่อคืนเหี้ยเต็ม(ลั่น)ห้องเลย.. - -"
เรื่องที่สาม มันคือความใฝ่ฝัน
ตอนเอ๊าะ ๆ เลยเนี่ย "หนูอยากเป็นครูค่ะ" ด.ญ.กษมา ตอบ..
พอตอนม.ต้น เนี่ย เริ่มรู้สึกรัก ชอบ อยากเรียนภาษา ทำคะแนนภาษาอังกฤษได้ดี
มีความใฝ่ฝันอยากเป็นมัคคุเทศก์ หรือไกด์นำเที่ยว นั่นเอง..
ตอนม.ปลาย มีความใฝ่ฝันว่า "ชั้นอยากเรียน มนุษย์ Eng นะ" อยากเป็นนักแปล.. (แล้ว เสดสาด จุฬาฯ มันคืออะไรหรอ o_O")
ตอนนี้ดิ ยังหาแผนที่ชีวิตตัวเองไม่เจอเลย..
เรื่องที่สี่ ว่ากันด้วยฉายา
ตอนเด็ก ๆ เนี่ย วัยประมาณประถม เราเป็นเด็กเอ๋อ ๆ ตามเค้าไม่ค่อยทัน (นี่เรื่องจริงนะ)
แบบว่า เรียนก็ไม่ค่อยจะเก่ง เป็นเด็กเงียบ ๆ เชื่องช้า..ขี้แยเป็นที่หนึ่ง
อย่างเวลากินข้าวอ่ะ ก็จะไปเข้าแถวช้า ๆ เป็นคนสุดท้าย แล้วก็กินเสร็จเป็นคนสุดท้าย
จนบางครั้งคุณครูต้องมานั่งเฝ้ารอมันให้กินจนหมด กินไม่หมด ก็เขให้กิน มันก็ร้องไห้
เพื่อน ๆ ก็คงระอาอ่ะนะ ตั้งฉายาให้มันซะเลย "เฉิ่ม"
พ่อแม่คงแอบน้ำตาตกใน ลูกช้านนนนนน.. T_T
พอ ป.6 เค้ามีสอบเข้าสาธิต ม.ช.
ไอ่เราก็นะ ปะป๊าบอกให้ทำแบบฝึกหัด ก็ร้องไห้ ทำไปร้องไห้ไป
จนวันสอบ ไปสอบแบบไม่เครียดเลย เพราะไม่หวัง และก็เชื่อว่า ปะป๊าก็คงไม่หวังด้วยเหมือนกัน..
ตอนนั้นปะป๊าบอกแค่ว่า ไปลองสนามสอบเถอะ ลองให้รู้..
คนสมัครสอบ 3000 คน เอา 200 คน
เรียนได้ที่เกือบโหล่ แต่ก็จะไปสอบ.. - -"
สอบเข้าตอนต้นเดือนกุมภา ประกาศผลปลาย ๆ เดืนกุมภาหรือต้นเดือนมีนาเนี่ยแหละ
ระหว่างรอผลสอบ มีการบอกปะป๊าด้วยนะ "ปะป๊า..ถ้าติดหนูไม่ไปได้มั้ย" ฮ่า ๆ ๆ
สุดท้าย.."อีเฉิ่มสอบติดเว้ยยย"
นักเรียนมี 52 คน มันสอบได้ที่ 49 แต่มันดันสอบติด แต่คนที่สอบได้ที่สองของห้องดันไม่ติด
เป็นที่ฮือฮามาก ๆ เค้าเลยเรียกอีเฉิ่มว่า "จิ๊กกุ่งมืด" (นับดิ๊ กี่ฉายาละ..)
คาดว่า มีความหมายคล้ายม้ามืด แต่มันเจือกอยู่ใต้ดิน แล้วเจือกโผล่มาถึงเส้นชัยกะเค้าด้วยน่ะ
โห ภูมิใจมาก ประสมกับความงงเล็กน้อย [ที่ติดอาจเป็นเพราะ เค้าว่ากันว่า --ไอ่เพลินน่ะ มันหัวดี แต่มันขี้เกียจ !! -- นี่คือคำยืนยันจากหลายคน..]
แล้วก็เริ่มสังเกตว่า เพื่อน ๆ เค้าอยากเข้าสาธิตกันนะ เราได้แล้วนะ ทำไมเราไม่เอาล่ะ??
สุดท้าย "ปะป๊า หนูไปสาธิตนะ"
แต่พ่อแม่เราเนี่ยสิ หน้าบานมาก ๆ อยากให้ไปจะแย่อยู่แล้ว..
โดยเฉพาะแม่เรานะ หน้าบานจนเข้าประตูบ้านไม่ได้ (ใครเคยไปบ้านเราจะรู้ว่าประตูบ้านเราใหญ่มากอ่ะ)
เจอใครก็พูดเรื่องลูกสาวสอบติดสาธิต : )
แต่อารมณ์นั้นไม่อยากไปเลย ติดเพื่อนมาก ๆ
กังวลด้วยแหละ ว่าจะไปเรียนแข่งกะเค้าไหวมั้ย ที่นั่นเด็กเก่ง ๆ เยอะเลยนะ
แต่สุดท้าย.. ก็ตัดสินใจไป..(และสุดท้ายก็ได้ความทรงจำดี ๆ จากที่นี่..สาธิต ม.ช.)
พอตอนมอต้น สอบติด เปลี่ยนโรงเรียนมาเรียนมัธยมอีกที่นึง เค้าให้ไว้ผมยาวได้ แล้วรวบหางม้าได้..
ไอ่เราพอสอบติดปุ๊บ ก็ตั้งหน้าตั้งตาไว้เลยเหอะ
แต่มันก็ติดตรงที่ว่า ตอนประถมน่ะ เค้าให้ผมยาวไม่เกินติ่งหู(ต้องเห็นติ่งหูด้วย) ผมหน้าม้าก็ต้องเหนือคิ้ว 1-2 เซนติเมตร
มันจะยาวทันซะที่ไหน เปิดเทอมมา(มิถุนา) มันก็กึ่งสั้นกึ่งยาว
จะปล่อยไปโรงเรียนก็รุงรัง ต้องมัด ทีนี้ล่ะ กิ๊บเต็มหัวเลย..
มาโรงเรียนใหม่เทอมแรกก็ได้ฉายาซะแระ "ปุ๊"
ต่อมา ตอนม.ปลาย เพื่อน ๆ ในกลุ่มเรียก 18 หลอด เนื่องจากเสียงอันแหลม และดังเกินชาวบ้าน
แต่สุดท้าย อีเฉิ่ม หรือ ไอ้ปุ๊ ของเพื่อน ๆ ก็เอ็นท์ติดจุฬาฯ จนได้.... ^________^
พอมาจุฬาฯ
ตอนแรกนึกว่าจะรอดพ้นแระ
กะว่า จะให้เพื่อน ๆ เรียก "เพลิน" ให้หมดให้ได้
เอาไปเอามา ได้ฉายาว่า "ผีเขี้ยว"
ฉายานี้ ถ้าจำไม่ผิด ได้ยินเพื่อนเลิฟ "อุ๋มอิ๋ม" เรียกเป็นครั้งแรก รึเปล่าหว่า?
เออ จะว่าไป ฉายานี้ดูดีสุดละ
เอาเห้อะ จะเรียกไรก็เรียกละกันอ่ะนะ เราก็ยังเป็นคนเดิมของเพื่อน ๆ อยู่ดีอ่ะแหละ
ไรอีกดีล่ะ เริ่มนึกไม่ออกละ - -"
เรื่องที่ห้า(สุดท้ายละ พอเห้อะ..) non-stop sleeper
เรื่องนี้เป็นที่ขึ้นชื่อลือชาและรู้กันดีในหมู่ชาวค่าย แต่คนอื่นอาจไม่รู้..
อืม จะว่าเป็นพรสวรรค์ก็ไม่ใช่ แต่มันติดตัวมาแต่เด็กแล้วอ่ะ
คือเป็นคนหลับง่าย ตื่นยาก คือ ตื่นครั้งเดียว ไม่มีการตื่นมากลางดึก
เหตุผลนึงที่ตอนเด็ก ๆ ไว้ผมสั้นก็คือ ตื่นสาย ไม่มีเวลาถักเปียไปโรงเรียน
แค่ตื่นให้ทันแล้วกินข้าวบนรถเนี่ยก็บุญละ - -"
มีอยู่วันนึง สายมากละ ปะป๊าปลุกไปเรียน ปลุกยังไงก็ไม่ตื่น เขย่า ๆ ก็ไม่ตื่น
ตอนนั้นปะป๊าเริ่มอารมณ์เสียละ เลยปิ๊งขึ้นมาวิธีนึง เอาน้ำมาลูบหน้ามันซะเลย
..แต่ก็.. ไม่สำเร็จ.. ต้องอุ้มขึ้นมาแล้วไปวางในห้องน้ำ..ประเสริฐมั้ยล่ะ หุหุ
ลป. นี่ช้านพูดไรไปบ้างเนี่ยยยยย...T______T
::: ได้รับการแถก จาก นู๋อุ๋มอิ๋ม :::
::: 5 ผู้โชคดีที่โดนนู๋เพลินแถก ::: (ขอเยอะกว่านี้ได้มั้ยอ่ะ โดนแถกทั้งที T_T)
หวังว่าเราคงได้อ่านของพวกแกทั้งห้าคนนะ : )
1月1日 เค้าว่ากันว่า วันนี้เป็นวันปีใหม่...HAPPY NEW YEAR 2007
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๐
ก็อย่างที่บอก เราไปเคาท์ดาวน์ที่ London Eye มาล่ะ.. คนเป็นแสน..ไม่ได้เว่อร์นะ
ถ้ามีระเบิดอย่างในกรุงเทพ คนตายเป็นเบือแน่ๆ ไม่ว่าจะตายจากระเบิดหรือเหยียบกันตาย..
ก็ที่นี่น่ะ เป็นที่ Countdown ที่ใหญ่ที่สุด คนมากที่สุด ตระการตาที่สุด..
ก่อนที่เค้าจะเคาท์ดาวน์กัน เราก็ตระเวณถ่ายรูปเอาบรรยากาศกัน เมื่อยซะมิมี..
คิดดู อยู่ตั้งแต่สองทุ่มยันเที่ยงคืน พอดูพลุเสร็จ ก็ "ไหล" ตามกระแสผู้คนออกมา โดนผลัก โดนดัน โดยฝรั่งตัวหย่าย ๆ
ตอนนั้นประมาณเที่ยงคืนครึ่งกว่า ๆ ละ
เดินกลับไปขึ้นรถเมล์อีก ไกลเหมือนกัน เพราะเค้าปิดถนนเป็น "ถนนคนเดิน" (เอามาเปรียบกะประตูท่าแพให้มันได้อารมณ์)
กว่าจะได้ขึ้นรถก็ขาลาก แต่ก็ไม่มีทางอื่นแล้วนี่
พอขึ้นรถเมล์ เราก็จัดเป็นผู้มีบุญ ได้ยืนตลอดสายอีกตามเคย
อยู่บนรถเมล์ประมาณชั่วโมงนึงได้ เพราะรถวิ่งช้ามาก รถติด แถมต้องหลบคนเดินอีก
เท่านั้นยังไม่พอ So many crazy people on the bus! ตะโกนโหวกเหวกอะไรกันก็ไม่รู้
เฮ้ออออ ง่วงก็ง่วง เมื่อยขาก็เมื่อย
ลงจากรถเมล์มาได้ ก็ตรงขึ้นห้องทันที
โอยยย เหนื่อยสุดๆ ละ น้ำท่าไม่อาบมันละ ค่อยมาอาบตอนเช้าละกัน ก็มันหนาวนี่..
Anyway, สวัสดีปีใหม่นะจ๊ะทุกคน..
รูปนี้ตอนเริ่มเดินถ่ายรูปเล่น
![]() ![]() นี่ก็.. London Eye ตอนที่ยังไม่เคาท์ดาวน์
โดนเบียดอ่ะ รูปเลยสั่นเลย
![]() มีตั้งหลายสีแน่ะ
![]() คนเยอะมาก เบียดสุด ๆ เลยออกมาข้างนอก..
![]() กลับมาที่ Trafalgar Square
![]() สี่ทุ่มกว่าละ นี่ก็คือที่ ๆ เรายืนปักหลักกัน สังเกตหน้าเรา กล้มมมม..กลม.. (- -")
![]() 5..4..3..2..1... HAPPY NEW YEAR !!!
![]() ![]() เป็นชุดเลย...
![]() 12月31日 วันนี้เหรอ.. วันสิ้นปีน่ะฮัดช่า...
นี่ก็วันสุดท้ายของปีแล้วนา วันอาทิตย์ที่ 31 ธันวาคม 2549
ตื่นเช้ามา สิบโมง.. ชิวมาก แล้วก็หิว.. หิวก็ไปทำกับข้าว ซึ่งก็คือ ต้มจืด 1 หม้อ
แล้วก็ซัดมื้อเดียวหมดหม้อเลย..โฮ่ ๆ
โอววว ม่าย ที่กรุงเทพมีเหตุระเบิดหลายจุดจากผู้ไม่ประสงค์ดี
วันนี้วันสิ้นปีแท้ๆ เชียว คนเค้าเฉลิมฉลองกัน ดันมาก่อความวุ่นวายซะนี่..
พวกนั้นเค้าคิดยังไงนะ
สาธุ ๆ ... ขออย่าให้มีใครเป็นอะไรเลย สิ้นปีแล้วแท้ ๆ ...
คืนนี้ ว่าจะไป count down ที่ London Eye ล่ะ
คนจะเยอะเหมือนประตูท่าแพมั้ยน้า... 12月8日 Fight for Distinction...Yesterday, I got my essay feedback and the score. WOWWWWWW.... surprise..
I got 63% in business essay.. I was very excited because I expected it a lot..and finally I can !!! I nearly got distinction in the first assignment ! (The distinction means you have to get over 70% , also called 'first class' : personally, I think it's like "A" in Thailand ; and 60-69 is called "merit"). Pat, my business teacher, said that if we(students) get distinction, he can write reference for unconditional offer to universities like Oxbridge or any university you want. Hoooooo. That sounds interesting, doesn't it?
I'm doing well... Fight !!
However, at the end of this term, I plan to have a vacation in Northern Ireland. It will last 3 days and 2 nights. Relax.. Relax..
|
|
||||
|
|